หนัง Welcome to Waikiki ไวกีกิ เกสต์เฮาส์อลเวง

หากคุณกำลังเบื่อหน่ายกับชีวิตและการงาน ไม่มีความสุขกับการอยู่ติดบ้านทุกวันเพราะต้องเว้นระยะกับผู้คนและไม่ต้องรับเชื้อจากใคร การเฟ้นหาคอนเทนต์ที่หลายหลานผัดเปลี่ยนกันไปไม่ให้จำเจจึงน่าจะเป็นหนทางหนึ่งที่อยากจะแนะนำให้ลองทำกันดู

มันเป็นเรื่องของสามหนุ่มกับหนึ่งสาวที่ร่วมกันประกอบกิจการในเกสต์เฮาส์แห่งหนึ่ง เกสต์เฮาส์นี้มีชื่อว่า Waikiki ต่างคนต่างก็มีความฝันหวังจะได้เงินจากเกสต์เฮาส์แห่งนี้เพื่อต่อยอดสร้างหนังของตนเองสักเรื่องหนึ่ง

เริ่มกันที่ กังดงกู (Kim Jung-Hyun จากซีรีส์ Crash Landing on You และ Rebel: Thief Who Stole the People) ชายหนุ่มสูงชะลูดผู้หวังจะได้เป็นผู้กำกับหนังแต่เขากำลังหัวใจสะออนเมื่อโดนมินซูอา (Lee Joo Woo)​ แฟนสาวที่คบกันมาราวสี่ปีแต่เธอกลับทิ้งเขาไป

เขามีน้องสาวอีกคน กังซอจีน (Go Won Hee) ที่กำลังหางานทำใหม่อยู่ แต่ในระหว่างนี้ก็ช่วยพี่ชายดูแลเกสต์เฮาส์ไปด้วย เพื่อนอีกสองคนอย่าง อีจุนกิ (Lee Yi Kyung) นักแสดงตัวประกอบที่หวังจะได้เป็นดาราเด่นดัง และบงดูซิก (Son Seung Won)​ นักเขียนนิยายออนไลน์ที่ก็จะได้เขียนบทหนังกับเขาสักที ทั้งหมดกำลังประสบปัญหาในการดำเนินกิจการ เพราะไม่มีลูกค้า ไม่ได้จ่ายค่าน้ำจนถูกเขาตัดน้ำ และกำลังจะถูกตัดไฟ

แต่เมื่อได้พบเด็กทารกน้อยคนหนึ่งในห้องพัก จำต้องดูแลเลี้ยงไปพลางๆ ก่อน แต่กลับเป็นเรื่องดี เพราะพอมีเด็กน้อยคนนี้เข้ามา เกสต์เฮาส์ก็กลับมีชีวิตชีวา มีลูกค้าเข้ามาพาจนห้องไม่ว่าง แต่เด็กคนนี้เป็นลูกใครกันนะ?

ถ้าใครได้ดูซีรีส์เรื่องนี้ก็จะรู้ว่าเรื่องย่อมันไม่ได้จบแค่ข้างบนหรอก เพราะว่าที่จริงแล้ว เกสต์เฮาส์แห่งนี้ยังมีสาวอีกคนหนึ่งร่วมก่อความอลเวงด้วย นั่นคือ ยุนอา (Jung In Sun จากซีรีส์ My Secret, Terrius และ Psychopath Diary) เธอคือแม่ของเด็กน้อยที่อยู่ดีๆ ก็เข้ามาอยู่ในเกสต์เฮาส์นั่นแหละ

ไปๆ มาๆ เธอก็กลับกลายเป็นหนึ่งในสมาชิกที่ร่วมทำงานในไวกีกิ เป็นเชิงแม่บ้านแต่เพราะลูกติดเลยไม่ได้ช่วยเต็มเม็ดเต็มหน่วยสักเท่าไหร่ แถมยังขี้ลืมโก๊ะๆ กังๆ ไว้ใจไม่ค่อยได้ แต่ผมก็ว่าเธอสวยดีนะครับ มีความคล้าย อิมยุนอา เล็กๆ

เรื่องราวที่ออกไปในแนวทางป่วนและฮา เมื่อผู้เขียนบทเลือกจะใส่ตัวละครบางตัวเข้ามาเพื่อส่งเสริมให้ตัวละครหลักได้ใช้พื้นที่นั้นแสดงในบทตลกขบขัน บางอันนี่เล่นเอาฮาน้ำตาเล็ด ได้แต่คิดในใจว่า เขาคิดได้ยังไง หลายครั้งที่ตัวแสดงเจอสถานการณ์ที่ก็น่าจะเจอเป็นปกติเช่นในซีรีส์เรื่องอื่น แต่ตัวละครในเรื่องนี้กลับแก้ไขมันในหนทางที่แตกต่างไปแถมยังบ้าบอ เป็นความบันเทิงจริงๆ ที่ได้ดู